11
ต.ค.
07

หายไปไหนแล้ว

เปิดใช้งานแล้ว สำหรับบูธเก็บตั๋วค่าเข้ามหาวิทยาลัย… มิใช่ซิ เป็นอาคารของแผนกพีอาร์ตะหาก น่าอิจฉาเสียจริง มีตึกทำงานเป็นของตัวเอง แต่ไม่เป็นส่วนตัว🙂 ก็กรุกระจกใส่พราวรอบด้าน น่าสนใจว่าในประสานมิตรชมชอบการกรุกระจกเป็นชีวิตจิตใจ (ไว้วันหลังจะมาขยายความเพิ่ม) 

ที่ต้องกลับมาเสนอประเด็นบูธนี้อีกครั้ง เพราะสืบเนื่องจากครั้งก่อนได้ยกเรื่องการปลูกสร้างอาคารใต้สายไฟสามเส้น ไม่ว่ามันจะแรงสูงหรือแรงต่ำก็ตามที แต่มาวันนี้ เหลือบสายตาขึ้นมองสายไฟบนหลังคาทรงโค้งสไตล์สถานีรถไฟใต้ดินหรือยัง… สังเกตเห็นอะไรบ้างไหน… ไม่ต้องเป็นเซียนเกมส์จับผิดภาพตามตู้เกมส์หยอดเหรียญก็น่าจะสะดุดตา ว่าเกิดอะไรขึ้น

ลองพิจารณาให้รอบด้านอีกหน กรุณาเทียบเคียงกับโพสต์ก่อนหน้าก็จะชัดขึ้น

 

  

แม่นแล้ว… สายไฟฟ้าสามเส้นที่เคยถูกสีเหลืองห่อหุ้ม เฉพาะตรงส่วนที่พาดผ่านหลังคา ฉนวนเหลืองที่ว่าหายไปเสียแล้ว โดยไม่ทราบสามารถใด ๆ  แต่เผอิญว่าอยากรู้โว้ย… เมื่อไม่สามารถหาคำอธิบายอย่างเป็นทางการได้ คงต้องหาคำอธิบายโดยอาศัยตรรกะ หรือจินตนาการว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ พอสรุปได้สามสมมติฐาน

สมมติฐานหนึ่ง)

ไม่มีความจำเป็นต้องไปจัดการกับมัน ไม่ว่าจะหุ้มหรือไม่หุ้มก็ไม่มีผลใด ๆ ทั้งสิ้น  ซึ่งแยกเป็นสองกรณี หนึ่ง สายไฟธรรมดามีอันตรายแค่ไฟบ้าน แค่ถูกดูดพอให้สะดุ้ง หรือ สอง) สายไฟฟ้าแรงสูงโคตรต่อให้ใส่ปลอกอีกสักสองสามชั้น ก็ยังติดโรค… เฮ้ย… ไม่ใช่ดิ… ต่อให้หุ้มหนาสักแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ ไหม้เกรียมแหงมแหงม

สมมติฐานนี้แปรตามเงื่อนไขเวลา หากเกิดก่อนการตัดสินใจว่าจะเอาไอ้สีเหลืองไปห่อหรือไม่ ย่อมไม่เกิดคำสั่งให้กระทำเด็ดขาด จะไปเปลืองงานเปลืองเงินทำไม เมื่อผลลัพธ์ไม่ต่างกัน แต่จากข้อมูลเชิงประจักษ์ยืนยันว่า เกิดการนำฉนวนสีเหลืองไปห่อไว้เรียบร้อยแล้ว จึงนำมาสู่เงื่อนไขใหม่ว่า สมมติฐานนี้ต้องเกิดหลังห่อ เมื่อตระหนักว่าไอ้ที่กระทำไปนั้นไม่มีผลใด ไม่ได้ช่วยบรรเทา แต่ก็ไม่น่าจะซ้ำเติมให้เลวร้ายกว่าเดิม ก็จะเสียงานเสียเงินทำไมอีกรอบฟะ ทำไปแล้วก็ช่างหัวมันเถิด จะเปลืองเงินซ้ำสองอีกทำไม… เดี่ยวมีคนจับได้ก็จะถูกหาว่าโง่อีก… (เค้าป่าวนะ อิอิ)

สมมติฐานสอง)

ถ้าปล่อยเอาไว้ยิ่งแย่ แทนที่จะช่วยป้องกันกลับซ้ำเติมให้เลวร้าย เป็นแค่สายไฟธรรมดาแต่พอเอาสีเหลืองไปหุ้มปั๊บ เกิดอัตรากำลังขยายทวีคูณ หากวันใดสายเกิดขาดหล่นฟาดบนหลังคาอัลลอย ช่วงนี้ยิ่งมีพายุฝนกระหน่ำซ้ำอีกด้วย อีกหวังได้ประกาศรับสมัครเจ้นหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทั้งแผนกแน่นอน ต้องถอดออก

สมมติฐานนี้น่าเชื่อถือและมีความเป็นไปได้มากที่สุด แต่คงต้องถูกประมาณว่า ฉลาดช้าจัง เป็นพวก late intelligent  แถมอาจถูกเย้ยว่า มศว มีคณะวิชาชื่อว่า “วิศวกรรมศาสตร์” ไม่ใช่หรือ? หรือว่าวิชาพวกสายไฟหรือไฟฟ้าพวกเรื่องตกยุคล้าหลัง ไม่นวัตกรรมเสียแล้ว ถึงฉลาดแบบช้า ๆ

สมมติฐานสาม)

ไม่สนใจทั้งสิ้นว่าไอ้ที่หุ้มไปแล้วจะส่งผลดีหรือร้าย แต่จะต้องเอาออกโดยพลัน รวดเร็วเท่าที่จะทำได้ (ซึ่งก็ได้จัดการไปเรียบร้อยแล้ว) เพราะว่าการกระทำดังว่าผิด… อาจถึงขั้น “ผิดกฎหมาย” หรือเบาหน่อยก็อาจแค่ “ผิดเทศบัญญัติ”

แน่นอนว่าสมมติฐานนี้ย่อมส่อสะท้อนถึงตัวบริหารไม่ต่างจากสมมติฐานสอง แถมยังเป็นการส่อเสียดอันย้อนแย้งยิ่งว่า

ทีตัวเองมีอำนาจบังคับให้นักศึกษาต้องปฏิบัติตามระเบียบ ที่อ้างว่าเป็นกฎของสถาบัน ต้องยึดถือร่วมกันอย่างเคร่งครัด  แต่ในระดับมหาวิทยาลัยกลับปล่อยปละให้ทำเรื่องละเมิดกฎบ้านกบิลเมืองเสียเอง

…หวังว่าอย่าเป็นสมมติฐานสามเลย


0 Responses to “หายไปไหนแล้ว”



  1. ให้ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


ตุลาคม 2007
พฤ อา
« ก.ย.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

Blog Stats

  • 11,080 hits

%d bloggers like this: