15
ก.ย.
07

เล่นกับไฟ

บริเวณปากประตูใหญ่เข้า-ออกประสานมิตร เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพครั้งใหญ่ พื้นที่บริเวณนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางยาวขนานกำแพงสถาบันกับถนน ส่วนหนึ่งสร้างเป็นพลับพลาปูนตั้งพระพุทธรูป ส่วนที่เหลือเป็นลานโล่งปูอิฐบ้าง เป็นพื้นหญ้าบ้าง ตามขอบรูปสี้เหลี่ยมปลูกต้นไม้รายรอบทั้งสี่ด้าน สร้างสเปซใช้งานตรงกลาง ทุกครั้งที่เดินผ่านยังมองอยู่ว่า เป็นสวนที่ดูร่มรื่นไม่น้อย แม้จะอยู่ติดถนนก็ตาม น่าจะจัดงานอีเว้นท์เล็ก ๆ แบบปัญญาชนได้ เช่น เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ของอาจารย์สักคน หรืออาจตั้งซุ้มขายกาแฟ พร้อมจัดโต๊ะเก้าอี้ให้เป็นที่ทำงานของนักศึกษา แต่สุดท้ายก็ได้แค่ฝัน เพราะปัจจุบันได้กลายเป็น บูธขายตั๋ว ไปแล้ว (บางคนคิดว่ารถใต้ดินจะมาจอดตรงนี้ ไม่รู้ว่าสายสีอะไรเนอะ)🙂

ทำให้นึกเปรียบเทียบปากทางเข้าสยามสแกวร์เร้ยยย… ถ้านำไฟจราจรและไม้กั้นรถมาตั้งไว้ ก็จะกลายเป็นบูธสำหรับเกิดเงินค่าธรรมเนียมจอดรถ อย่างเป็นระบบระเบียบ อีกไม่นานประสานมิตรจะสามารถรองรับรถยนต์ส่วนบุคคลได้ถึง 800 คันทีเดียว ถือเป็นการลงทุนคุ้มค่าเพื่อพัฒนาการศึกษาระดับชาติทีเดียว ไม่ต่างจากวัดในกรุงเทพฯ เวลานี้ ที่ไล่ที่รื้อสลัมเอาที่ดินวัดคืน มาสร้างที่จอดรถเพื่อหารายได้บำรุงศาสนสถาน

แต่ที่น่าสงสัย ตรงเบื้องบนหลังคาอลูมินั่มทีเห็นเป็นสายสีเหลืองวิ่งผ่านสามเส้น นั่นคือสายไฟฟ้าแรงสูง ถึงแม้จะเป็นสายแบบมีฉนวนหุ้ม แต่ทางมหาวิทยาลัยยังเอาฉนวนหุ้มทับอีกชั้น ส่วนที่เป็นสีเหลืองนั่นแล…

ถามหน่อยว่า ถ้าคุณคิดจะสร้างบ้านจะเลือกทำเลใต้สายไฟฟ้าแรงสูงไหม? ลองนึกว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันสายไฟเกิดขาด ต้องร่วงลงสู่พื้นตามแรงดึงดูดของโลก… ยิ่งช่วงนี้ไว้ใจสภาพธรรมชาติไม่ค่อยได้เสียด้วย เดียวก็แผ่นดินไหว เดียวต้องระวังนั้นนี่ เอาแค่ฝนตกหนักฟ้าคะนองแลบแปร๊บ ไม่ถึงกับต้องขาดหรอกแค่หย่อนลงมาก็หนาวแล้ว เพ่งให้ดีจะตกใจว่าหลังคาบูธน่าจะห่างจากสายไฟไม่หย่อนไม่เกินหนึ่งฟุตสักเท่าไหร่

ความพยายามอันน่าชื่นชมของมหา’ลัย ที่นำฉนวนไปหุ้มเพื่อความปลอดภัยน่าชื่นชมยิ่ง แต่กลับทำให้ตระหนักถึงความไม่ปลอดภัยไปพร้อมกันด้วย ฉนวนที่มีอยู่เดิมไม่น่าจะปลอดภัยต้องเสริมเพิ่ม แต่ต้องมีคำถามประสาคนไม่รู้ ไม่ได้เกิดมาเป็นวิศวกรว่า แล้วต้องหุุ้มกี่ชั้นถึงปลอดภัยร้อยเปอร์เซ้็นต์? หุ้มแค่สีเหลืองตามที่เห็นปลอดภัยเพียงพอแล้วหรือ?

แล้วอาจคิดอุตริไปไหลว่า สายไฟนี้เป็นของใคร? มีกฎหมายคุ้มครองไหม? การเอาอุปกรณ์อื่นติดตั้งเพิ่มคงต้องขออนุญาตเจ้าของเรียบร้อยแล้วใช่ไหม? อย่าบอกนะว่าสถาบันเป็นเจ้าของสายไฟแรงสูงทั้งสามเส้นนี้…

ด้วยสามัญสำนึกแห่งความรักตัวกลัวตายย่อมไม่มีใครอยากปลูกบ้านใต้สายไฟฟ้าแรงสูง จึงน่าจะมีกระบวนการแปรสัญชาติญาณนี้เป็นกฎเกณฑ์เพื่อกันภัยไว้ก่อน ไม่ว่าจะในระดับกฎหมายหรือระดับเทศบัญญัติ

จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เรียนโรงเรียนวัดครูมักสอนและยังมีโปสเตอร์แปะประกาศว่า อย่าชักว่าวใกล้สายไฟฟ้าแรงสูง แต่ตรงนี้ไม่ใช่เด็กชักว่าว เป็นผู้ใหญ่สร้างบ้านทั้งหลัง และต้องมีคนเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ข้างในนั้นด้วย

tags: ไฟฟ้าแรงสูง | ประสานมิตร


4 Responses to “เล่นกับไฟ”


  1. 1 madster
    กันยายน 17, 2007 ที่ 9:03 pm

    มันไม่น่าจะเป็นสายไฟฟ้า “แรงสูง” นะครับ เพราะสายแรงสูง มันจะอยู่สูงจริงๆ ไม่เตี้ยติดดินแบบนี้

  2. 2 golffee
    กันยายน 17, 2007 ที่ 9:26 pm

    ขอบคุณมากครับ จะได้เอาไปบอกคนทำงานให้สบายใจ แต่มันก็ยังอยู่บนหัวเขาอยู่ดี คงไม่หายหวาดเสียวสักเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาย้ายได้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ….

  3. 3 Pat
    กันยายน 17, 2007 ที่ 10:33 pm

    นั่นดิ สายไฟแรงสูงคงไม่เตี้ยขนาดนี้หรอกมั้ง มันเป็นสายไฟ หรือสายไรกันหว่า


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


กันยายน 2007
พฤ อา
« ส.ค.   ต.ค. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

Blog Stats

  • 11,080 hits

%d bloggers like this: