27
ส.ค.
07

พลีชีพเพื่อการศึกษา

ขณะนี้ ในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ก้นซอยสุขุมวิท 23 กำลังมีโปรเจ็กค์ช้าง ก่อสร้างลานจอดรถยนต์ใต้ดินใต้สนามฟุตบอลเขียวขจี เริ่มงานแรกด้วยการกำจัดไม้ยืนต้นรายรอบสี่ด้านของสนาม ตัดมันทิ้งจนเตียนเหี้ยน แล้วเปิดหน้าดินของสนามหญ้าเพื่อตั้งไซต์งาน

ไม่รู้เหมือนกันว่าต้นไม้ทั้งหมดมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ จะเกิดขึ้นพร้อมกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่เชื่อว่าน่าจะมีอายุพอ ๆ กับสนามฟุตบอลที่พวกมันยืนโอบล้อม หากพฤติการณ์เช่นนี้ ย้ายไปเกิดที่อื่น เช่น ธรรมศาสตร์ เรื่องคงจะใหญ่โตเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ระดับมติชนทีเดียว แต่นี่คือประสานมิตร มีวัฒนธรรมและจิตสำนึกของประชาคมที่แตกต่าง

ประสานมิตรเป็นวิทยาเขตที่ในทำเลทอง ตีราคาเป็นเม็ดเงินมหาศาล ฉะนั้น เมื่อมีที่ดินอยู่ในครอบครองก็ไม่ควรจะปล่อยให้รกร้างหญ้าขึ้น แม้จะมีสนามฟุตบอลแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ทีมฟุตบอลไทยไปบอลโลกได้เสียที จึงสมควรนำมา “พัฒนา” สร้างให้เกิดการใช้สอยเพื่อเพิ่มมูลค่าตามหลักเศรษฐศาสตร์ เมื่อสภาพที่ดินถูกบีบ ไม่สามารถขยายตามแนวรายได้ ก็ต้องอาศัยทางแนวดิ่ง ไม่สูงขึ้นไปบนฟ้า ก็ต้องลึกลงไปในดิน

ณ ที่แห่งนี้เป็นสถานศึกษาชั้นสูงของสยามประเทศ ย่อมถือหลักปรัชญาสมัยใหม่ให้ “นักเรียนนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง” ที่จอดรถทั้งหมด ย่อมต้องสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของนักศึกษาเป็นหลัก การที่นักศึกษาต้องกระหืดกระหอบขึ้นห้องเรียนสาย อ้างว่า “จารย์ขา หนูวนหาที่จอดรถหลายรอบ มหาลัยเรามันก็มีที่แค่เนี่ยะ” ย่อมถือเป็นความเสียหน้าของผู้บริหารสถาบัน ที่ไม่สามารถ “ให้บริการทางการศึกษา” แค่เด็กที่จ่ายเงินค่าเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้น คาร์ปาร์คใต้ดินจึงต้องเกิดเพื่อสนองการศึกษา และสนับสนุนให้เด็กใช้เวลาที่เสียเปล่าจากการขับรถวนหาที่จอด ไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการอื่น ๆ จัดเป็นนโยบายลุ่มลึกหลายชั้น

ป้ายข้างบนปักกลางสนามฟุตบอลมาหลายเดือน คนผ่านไปมาทราบถึงโครงการนี้โดยไม่มีการคัดค้าน หากพิจารณาข้อความเน้นแจ้งให้เห็นถึงสิ่งที่ “จะได้” ที่จอดรถตั้ง 400 คัน ไม่ได้บอกเลยว่า “จะเสีย” อะไรบ้าง เพราะเป็นธรรมดาของสิ่งที่เรียกว่า “การพัฒนา” มันต้องมีทั้งได้ทั้งเสีย แบบทายเหรียญเล่นปั่นแปะ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าต้องเสียต้นไม้ยืนต้นที่อาจมีอายุราวคราวพ่อแม่ของนักศึกษาปริญญาตรีปัจจุบัน โชคดีที่ผืนดินที่ปักป้ายนี้มิใช่ธรรมศาสตร์ แต่เป็นประสานมิตร ไม่งั้นผู้บริหาร โดน…

แต่ก็อาจถูกแย้งว่า นี่หาเรื่องนี่หว่า… เห็นโทนโท่แล้วว่าเขากำลังขุุด ไม่ได้ตัด ขุดเอาไปปลูกที่อื่นต่างหาก ต้นไม้ยังอยู่ไม่ได้ถูกแปรสภาพเป็นถ่านหุงข้าวสักหน่อย ก็ไม่เถียง… แต่ไม่ว่าจะตัด-ขุด-ถอน-ทึ้ง หรืออะไรก็ตาม เจตนาจะกำจัดต้นไม้รอบสนามฟุตบอลออกไป รากอันฝังลึกชอนไชในเนื้อดิน คืออุปสรรคกีดขวางการศึกษา อย่าลืมซิว่า ต้องสร้างที่จอดรถเพื่อตอบสนองการศึกษา

ถ้าได้ยินอาจารย์มศว. คนไหนให้สัมภาษณ์ด่าวัยรุ่นยุคนี้ ว่าเป็นพวกเหลวไหล คลั่งทุนนิยม สวาปามบริโภค ตามก้นฝรั่งเจแปนโคเรีย เด็กไทยกำลัง “ไร้ราก” แล้ว ขอให้สวนกลับทันทีเลยว่า เดี่ยวนี้เทคนิควิทยาการทันสมัย รากที่จารย์เชื่อ ว่าต้องฝังลึกติดกับพื้นดินย้ายไปไหนไม่ได้ เป็นเรื่องเชยล้าสมัยเสียแล้ว ดูต้นไม้ที่ประสานมิตรซิ ย้ายรากไปปลูกต่างจังหวัดยังได้เลย โห… คิดอะไรเชยซะไม่มี

หวังว้าต้นไม้พวกนี้ ย้ายไปหาดินใหม่น้ำใหม่จะอยู่รอดเติบโตครบถ้วนทุกต้น ไม่ตายนะ

แล้วเห็นอีกบ้างไหม เขาติดประกาศไว้ว่าอย่ามาจอดใกล้ ๆ นะ เดี๋ยวรถจะเสียหาย แต่รอบสนามฟุตบอลก็ยังมีรถจอดเรียงเป็นระเบียบสวยงาม แสดงว่า “ความต้องที่จอดรถ” มีมากกว่า “ความต้องการให้รถปลอดภัย” แล้วจะไม่ให้พัฒนาได้อย่างไร เมื่อดีมานด์เสนอ ซัพพลายต้องสนอง

ปรากฎการณ์ที่เกิดภายในรั้วประสานมิตรซึ่งเป็นพื้นที่เล็กจ้อยเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ ช่วยบอกความจริงในระดับใหญ่กว่าได้เป็นอย่างดียิ่ง จากเดิมที่คนในสถาบันต้องทนทุกข์จากระบบจราจรในมหานครที่ติดเช้าติดเย็น หากบ้านอยู่นนท์จะมาเรียนเก้าโมง สมควรจะออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้า เป็นต้น เมื่อเกิดระบบขนส่งมวลชนทันสมัยไม่ว่ารถไฟลอยฟ้าหรือใต้ดิน พาดผ่านใกล้ ๆ แต่เดินไม่กี่ก้าวก็เข้าประตูขึ้นห้องเรียนแล้ว ย่อมเป็นทีอิจฉาแก่เด็กนักเรียนที่อื่นอย่างมาก (อ้างจากเว็บเด็กดี ที่เขาบรรยายการเดินทางมาที่ประสานมิตรว่า “การเดินทางสะดวกมาก มีทั้งรถไฟฟ้า  ใต้ดินและบีทีเอสขนาบทั้งข้างหน้าและด้านข้างของมศว”- เชิญคลิ๊ก)

แต่การลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างระบบขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะเส้นสีฟ้า สีม่วง สีแสด เส้นทอง ฯลฯ จะอีกสักกี่สาย ก็หาได้ทำให้บริษัทโตโยต้า ฮอนด้า มิตซู นอนก่ายหน้าผาก วิตกว่ายอดจำหน่ายตัวเองจะลดลง การสร้างรถขนส่งมวลชนจึงเป็นการแก้ปัญหาในระดับปัจเจกบุคคลเท่านั้น ช่วยเยียวยาหัวจิดหัวใจของบางคน ที่แต่เดิม “เมื่อไหร่จะถึงเสียที” “ติดอยู่นั่นแหละ” “เดี๋ยวไปสอบไม่ทัน” เท่านั้น มิได้มุ่งแก้ระบบการจราจรของมหานครแต่ประการใด

ความกระหายต้องการที่จอดรถของประสานมิตร บังเกิดขึ้นภายหลังรถไฟลอยฟ้าและใต้ดินทั้งสองสายเปิดใช้บริการ ย่อมแสดงว่า ไอ้รถทั้งสองขบวนมิได้ช่วยเยียวยาความแออัดคับคั่งของระบบจราจรในประสานมิตรเลย และเมื่อลานจอดรถ 800 คัน สำเร็จแล้ว สักพักก็เกิดปัญหาต่อเนื่องตามมาอีกว่า “ที่จอดรถไม่พอ”

ต้นไม้พวกนี้ก็โดนตัดไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปหาตัดตรงไหนได้อีก อ้อ… ลานระหว่างหอประชุมกับโรงเรียนสาธิตฯ นั่นไง… โปรดจับตา🙂

ไม่รู้ว่าต้นไม้เหล่านี้ จะได้รับเกียรติสร้างอนุสาวรีย์เพื่อให้ระลึกถึงคุณูปการ เช่น ม.ล.ปิ่น และ ดร.สาโรช หรือเปล่าหนอ

tags: ลานจอดรถใต้ดิน | มศว ประสานมิตร | ต้นไม้ | สนามฟุตบอล


1 Response to “พลีชีพเพื่อการศึกษา”



ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


สิงหาคม 2007
พฤ อา
    ก.ย. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

Blog Stats

  • 11,080 hits

%d bloggers like this: