จัดเก็บไว้ในประเภท 'รายงาน'

04
ต.ค.
07

จดแต้มความดี พลีเพื่อปริญญา

ผ่านพ้นไปด้วยดี สำหรับการรับบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเพื่อนนักศึกษา ข่าวว่าคนล้นหลาม และมี “คนนอก” มาร่วมด้วย เพราะมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนหลายแขนง ทั้งทีวีและวิทยุ แม้แต่ในอินเตอร์เน็ทก็มีคนใช้ชื่อ-นามสกุลของน้องเสิร์ชหาข้อมูล (คนที่เข้ามาอ่านบล๊อกนี้คนหนึ่ง ก็มาทางเสิร์ช)

บางคนที่ไม่สามารถให้เลือดได้ ก็ช่วยบริจาคเป็นเงินแทน น่าชื่นใจในน้ำใจของคนที่ไม่รู้จักกัน ไม่ใช่ธุระหน้าที่ รางวัลก็ไม่มี แถมต้องจ่ายต้องเสียของตัวเองอีก ทำให้สะท้อนใจถึงตัวตั้งตัวตีอย่าง มศว ประสานมิตร เอง กลับทำเรื่องที่ไม่เข้าท่าน่าละอาย

สองบรรทัดสุดท้ายจากโปสเตอร์รณรงค์เรื่องนี้ ใช้ฟ้อนท์ขนาดใหญ่สุด ใหญ่กว่าเนื้อหาทั้งหมด รวมทั้งชื่อและนามสกุลเธอด้วย แสดงว่าคนทำมุ่งเน้นสื่อสารเนื้อความสองบรรทัดนี้เป็นหลัก ส่วนอื่นเป็นเรื่องรอง

อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร… สารภาพว่าหะแรก นึกถึงข่าวหรือเรื่องเล่าฮิตของสาวสมัยนี้ ที่นิยม “จดแต้ม” สะสมคะแนนจากการล่าผู้ชาย …ไม่รู้ว่าโปสเตอร์ชิ้นนี้ “ผู้ใหญ่”​ หรือ “เด็ก” ผลิตขึ้น เพราะว่ามันสะท้อนสำนึกบางอย่าง “อีหรอบ” เดียวกันเลย

อ่านต่อ ‘จดแต้มความดี พลีเพื่อปริญญา’

15
ก.ย.
07

เล่นกับไฟ

บริเวณปากประตูใหญ่เข้า-ออกประสานมิตร เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพครั้งใหญ่ พื้นที่บริเวณนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าวางยาวขนานกำแพงสถาบันกับถนน ส่วนหนึ่งสร้างเป็นพลับพลาปูนตั้งพระพุทธรูป ส่วนที่เหลือเป็นลานโล่งปูอิฐบ้าง เป็นพื้นหญ้าบ้าง ตามขอบรูปสี้เหลี่ยมปลูกต้นไม้รายรอบทั้งสี่ด้าน สร้างสเปซใช้งานตรงกลาง ทุกครั้งที่เดินผ่านยังมองอยู่ว่า เป็นสวนที่ดูร่มรื่นไม่น้อย แม้จะอยู่ติดถนนก็ตาม น่าจะจัดงานอีเว้นท์เล็ก ๆ แบบปัญญาชนได้ เช่น เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ของอาจารย์สักคน หรืออาจตั้งซุ้มขายกาแฟ พร้อมจัดโต๊ะเก้าอี้ให้เป็นที่ทำงานของนักศึกษา แต่สุดท้ายก็ได้แค่ฝัน เพราะปัจจุบันได้กลายเป็น บูธขายตั๋ว ไปแล้ว (บางคนคิดว่ารถใต้ดินจะมาจอดตรงนี้ ไม่รู้ว่าสายสีอะไรเนอะ) :)

ทำให้นึกเปรียบเทียบปากทางเข้าสยามสแกวร์เร้ยยย… ถ้านำไฟจราจรและไม้กั้นรถมาตั้งไว้ ก็จะกลายเป็นบูธสำหรับเกิดเงินค่าธรรมเนียมจอดรถ อย่างเป็นระบบระเบียบ อีกไม่นานประสานมิตรจะสามารถรองรับรถยนต์ส่วนบุคคลได้ถึง 800 คันทีเดียว ถือเป็นการลงทุนคุ้มค่าเพื่อพัฒนาการศึกษาระดับชาติทีเดียว ไม่ต่างจากวัดในกรุงเทพฯ เวลานี้ ที่ไล่ที่รื้อสลัมเอาที่ดินวัดคืน มาสร้างที่จอดรถเพื่อหารายได้บำรุงศาสนสถาน

แต่ที่น่าสงสัย ตรงเบื้องบนหลังคาอลูมินั่มทีเห็นเป็นสายสีเหลืองวิ่งผ่านสามเส้น นั่นคือสายไฟฟ้าแรงสูง ถึงแม้จะเป็นสายแบบมีฉนวนหุ้ม แต่ทางมหาวิทยาลัยยังเอาฉนวนหุ้มทับอีกชั้น ส่วนที่เป็นสีเหลืองนั่นแล…

ถามหน่อยว่า ถ้าคุณคิดจะสร้างบ้านจะเลือกทำเลใต้สายไฟฟ้าแรงสูงไหม? ลองนึกว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันสายไฟเกิดขาด ต้องร่วงลงสู่พื้นตามแรงดึงดูดของโลก… ยิ่งช่วงนี้ไว้ใจสภาพธรรมชาติไม่ค่อยได้เสียด้วย เดียวก็แผ่นดินไหว เดียวต้องระวังนั้นนี่ เอาแค่ฝนตกหนักฟ้าคะนองแลบแปร๊บ ไม่ถึงกับต้องขาดหรอกแค่หย่อนลงมาก็หนาวแล้ว เพ่งให้ดีจะตกใจว่าหลังคาบูธน่าจะห่างจากสายไฟไม่หย่อนไม่เกินหนึ่งฟุตสักเท่าไหร่

ความพยายามอันน่าชื่นชมของมหา’ลัย ที่นำฉนวนไปหุ้มเพื่อความปลอดภัยน่าชื่นชมยิ่ง แต่กลับทำให้ตระหนักถึงความไม่ปลอดภัยไปพร้อมกันด้วย ฉนวนที่มีอยู่เดิมไม่น่าจะปลอดภัยต้องเสริมเพิ่ม แต่ต้องมีคำถามประสาคนไม่รู้ ไม่ได้เกิดมาเป็นวิศวกรว่า แล้วต้องหุุ้มกี่ชั้นถึงปลอดภัยร้อยเปอร์เซ้็นต์? หุ้มแค่สีเหลืองตามที่เห็นปลอดภัยเพียงพอแล้วหรือ?

แล้วอาจคิดอุตริไปไหลว่า สายไฟนี้เป็นของใคร? มีกฎหมายคุ้มครองไหม? การเอาอุปกรณ์อื่นติดตั้งเพิ่มคงต้องขออนุญาตเจ้าของเรียบร้อยแล้วใช่ไหม? อย่าบอกนะว่าสถาบันเป็นเจ้าของสายไฟแรงสูงทั้งสามเส้นนี้…

ด้วยสามัญสำนึกแห่งความรักตัวกลัวตายย่อมไม่มีใครอยากปลูกบ้านใต้สายไฟฟ้าแรงสูง จึงน่าจะมีกระบวนการแปรสัญชาติญาณนี้เป็นกฎเกณฑ์เพื่อกันภัยไว้ก่อน ไม่ว่าจะในระดับกฎหมายหรือระดับเทศบัญญัติ

จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เรียนโรงเรียนวัดครูมักสอนและยังมีโปสเตอร์แปะประกาศว่า อย่าชักว่าวใกล้สายไฟฟ้าแรงสูง แต่ตรงนี้ไม่ใช่เด็กชักว่าว เป็นผู้ใหญ่สร้างบ้านทั้งหลัง และต้องมีคนเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ข้างในนั้นด้วย

tags: ไฟฟ้าแรงสูง | ประสานมิตร

08
ก.ย.
07

พรมลายดอกบนสนามบอล

ภาพทั้งหมดเพิ่งบันทึกช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา (ราวเมษายน) ต้นไม้รอบสนามฟุตบอลงามตาอย่าบอกใครเชียว เมื่อนั้นยังไม่ทราบถึงเมกะโปรเจ็กต์ โชคดีจริงที่วันนั้นพกกล้องติดกระเป๋าไปด้วย เลยกลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ไปเสียแล้ว

นี่หละเสน่ห์หน้าร้อน ทั้งต้นชมพูพันทิพย์และต้นคูณแข่งกันบาน โชว์สีสด ลมพัดกราวพาดอกพรูปูเป็นพรม แซมใบหญ้าขอบสนามฟุตบอล ใครได้เห็นจังหวะดอกชมพูพันทิพย์ร่วงเป็นสายงดงาม ประหนึ่งม่านน้ำตก เห็นสาวกลุ่มหนึ่งไปยืนใต้ต้น อาศัยม่านดอกชมพูเป็นฉากถ่ายรูป ถ่ายแล้วถ่ายอีก เจ้าดอกไม้ก็ยังไหลไม่รู้จักหยุด เหมือนไม่กลัวว่าจะหมดต้น

ใครไม่เคยเห็น… กำลังอิจฉาคนเคยเห็นอยู่ใช่ไหม… :)

 

05
ก.ย.
07

บอกลาด้วยภาพและคำ

อำลาต้นไม้รอบสนามฟุตบอลประสานมิตร ด้วยภาพมุมกว้างฝีมือคุณ Siripen เจ้าของบลอก บนโลกใบหนึ่ง มันก็ยังมีโลกอีกใบ ยังมีภาพประทับใจในอัลบัมของเธออีกหลายภาพ เชิญชมได้ ขอบอกว่าฝีมือไม่เบาเลยทีเดียว เข้าใจเฟ้นหามุมมองมาถ่ายทอด เอาดีทางงานภาพแลนด์สเคปได้สบาย

แต่ความประทับใจหาใช่แค่นั้น คำอำลาอาลัยของเธอสะท้อนอารมณ์รู้สึก จับใจไม่แพ้ภาพ ขออนุญาตคัดมาประกาศ ณ ที่นี้:

ถ่ายไว้เมื่อปี ‘49 มุมสวยๆ ที่เคยเอาไว้พักผ่อนหย่อนใจ แต่ตอนนี้ต้นไม้สวยๆ บรรยากาศดีๆ ไม่มีอีกแล้ว เพราะมันโดนตัดเคลื่อนย้ายไปที่อื่นแล้ว น่าเสียดายจัง มีต้นไม้เยอะๆ มันก็ดีอยู่เเล้วนะ แต่เพื่อความเจริญทางวัตถุและสิ่งอำนวยความสะดวก จึงต้องเสียต้นไม้ใจดีที่เราเคยอาศัยร่มเงาของเค้าไป จริงๆ แล้วพื้นที่ใกล้สนามบอลเป็นที่พักผ่อนไม่เฉพาะคนใน มศว เท่านั้น ยังมีประชาชนที่อาศัยอยู่ในละเเวกนี้เข้ามานั่งเล่นเป็นครอบครัว มีน้องหมาน่ารักๆ มาออกกำลังกาย ผู้คนมากมายที่รักสุขภาพวิ่งออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ โดยไม่ต้องเสียเงินให้พวกกิจการฟิตเน็ต (เราเลยต้องไปเสียตังค์เข้าฟิตเนสเลย…แป๋ววว..) คิดถึงบรรยากาศดีๆ เดิมๆ จังเห็นเเล้วเราก็พลอยอดหดหู่ใจไม่ได้…. ต้นไม้กูอยู่ไซ !!!….(ไม่ใช่ช้างกูอยู่ไหนน๊ะ..555)

บางตอนที่ Siripen บันทึก ทำให้ฉุกย้อนไปกว่า 15 ปี นับแต่เรายังละอ่อนปีหนึ่ง เห็นคุณน้าหญิงอินเดียสี่ซ้าห้าคน ไม่ต้องสวมชุดวอร์มเสื้อกีฬาหรู พวกเธอสวมห่มชุดประจำชาติสาหรี่ (ใช่ป่าวว่ะ) สวมรองเท้าผ้าใบทะมัดทแมง เดินออกกำลังรอบสนามฟุตบอล เหยียบย่ำพื้นดินแผ่นหญ้าวันละเป็นสิบเป็นร้อยรอบ สิบกว่าปีผ่านไป หน้าตาพวกเธอยังพิมพ์เดิมไม่เปลี่ยน ไม่รู้สึกว่าแก่วัยขึ้นแต่อย่างใด มาวันนี้ กลับต้องเดินย่ำบนพื้นปูน

ใช่แล้ว “ความเจริญทางวัตถุและสิ่งอำนวยความสะดวก”

ไม่มีอีกแล้ว… ไม่มี… :(

04
ก.ย.
07

โหยหาธรรมชาติ

ในขณะที่คนงานกำลังริดใบตัดกิ่ง ต้นไม้รอบสนามฟุตบอลประสานมิตร แล้วขุดยกไปที่อื่น เพื่อเปิดงานก่อสร้างลานจอดรถใต้ดินอันอัครฐาน หรือพูดให้ง่ายว่า “ตัดทิ้ง” จากที่ที่มันเคยยืนต้นอยู่ชั่วชีวิต น้องนักศึกษากลุ่มหนึ่ง คงสังกัดชุมนุมอนุรักษ์ฯ ของมหาวิทยาลัย กำลังจัดงานรำลึกถึงคุณสืบ นาคะเสถียร อย่างขมักเขม้น ณ ลานหน้าหอสมุด แบบว่า… คงเป็นห่วงโลกร้อน

เราโหยหาบางสิ่งที่ไกลตัวเกินไปหรือเปล่า? หันมาหมกหมุ่นกับสิ่งรอบตัวบ้างจะดีกว่าไหม?

…จบข่าว และ …จบเห่

tags: สืบ นาคะเสถียร | ชมรมอนุรักษ์ | กิจกรรมนักศึกษา

01
ก.ย.
07

ไม่มีอีกแล้ว ไม่มี…

ค้นเจอโดยบังเอิญ… ทำให้เห็นสายตาของคนนอกที่มอง มศว.ประสานมิตร ว่างดงามแค่ไหน

เขาตั้งชื่อสุดแสนจะบาดใจในยามนี้ว่า “วิวสวย ๆ ที่ มศว. ประสานมิตร” :( เชิญคลิ๊กลิงก์ตามไปดูได้

http://www.mdcu47.net/question.asp?gid=382

เข้าใจว่าภาพชุดนี้ถูกบันทึกตอนหน้าร้อนพอดี ต้นชมพูพันทิพย์ถึงได้แตกช่อสะพรั่ง

หน้าร้อนแม้จะร้อน แต่ลมร้อนก็ช่วยพัดกิ่งก้านให้ไกวไสว ดอกไม้สีสันจัดจ้านโยกส่ายยั่วตามนุษย์
จากนั้นก็ร่วงพรูปูเป็นพรมดอกไม้บนพื้นดิน รวมทั้งพื้นสนามหญ้าแห่งประสานมิตรด้วย

แต่ต่อไปนี้ ไม่มีอีกแล้ว ไม่มี…

28
ส.ค.
07

โล่ง โปร่ง ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

อัพเดทสถานการณ์โค่นต้นไม้รอบสนามฟุตบอล ประสานมิตร อย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ไม่ขอกล่าวมากมาย ขอเน้นภาพถ่ายจากมุมสูงและกว้าง บอกลามิตรเก่าแก่ที่ยืนคู่แผ่นดินแห่งนี้

“ฉันมีเวลาที่ยังเหลือสักเท่าไหร่
บอกได้ไหม ให้ฉันเตรียมใจ
ฉันมีใจเธอ ที่ยังเหลือสักเท่าไหร่
จะเตรียมหัวใจ เมื่อไม่มีเธอ

ฉันมีใจเธอ ที่ยังเหลือสักเท่าไหร่
จะเตรียมหัวใจ เมื่อไม่มีเธอ”

ถ้าต้นไม้ร้องเพลงได้คงร้องเพลงนี้ ว่าแต่จะเรียกว่า ร้องเพลง… หรือร้องไห้…

เป็นทัศนียภาพที่โปร่งและเบาสบายสายตา ต้นไม้เติบโตโดยอิสระ “ฟรีฟอร์ม” แตกแขนงไร้มาตร ขณะที่ตึกแวดล้อมสร้างโดยอิง “เรขาคณิต” เป็นเหลี่ยมคมประชิดมุมต่อฉาก การจำกัดสิ่งที่ไร้ระเบียบ ไร้การควบคุม ย่อมนำมาซึ่งระเบียบ มิต่างจากการจับนักศึกษาใส่เครื่องแบบ ถ้าไม่ย่อมก็จะ “ไม่ให้บริการ”

ความเป็นระเบียบเรียบร้อยอาจเป็นอุดมการณ์ของ “สถานบริการทางการศึกษา”​ กระมัง

27
ส.ค.
07

พลีชีพเพื่อการศึกษา

ขณะนี้ ในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ก้นซอยสุขุมวิท 23 กำลังมีโปรเจ็กค์ช้าง ก่อสร้างลานจอดรถยนต์ใต้ดินใต้สนามฟุตบอลเขียวขจี เริ่มงานแรกด้วยการกำจัดไม้ยืนต้นรายรอบสี่ด้านของสนาม ตัดมันทิ้งจนเตียนเหี้ยน แล้วเปิดหน้าดินของสนามหญ้าเพื่อตั้งไซต์งาน

ไม่รู้เหมือนกันว่าต้นไม้ทั้งหมดมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ จะเกิดขึ้นพร้อมกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่เชื่อว่าน่าจะมีอายุพอ ๆ กับสนามฟุตบอลที่พวกมันยืนโอบล้อม หากพฤติการณ์เช่นนี้ ย้ายไปเกิดที่อื่น เช่น ธรรมศาสตร์ เรื่องคงจะใหญ่โตเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ระดับมติชนทีเดียว แต่นี่คือประสานมิตร มีวัฒนธรรมและจิตสำนึกของประชาคมที่แตกต่าง

ประสานมิตรเป็นวิทยาเขตที่ในทำเลทอง ตีราคาเป็นเม็ดเงินมหาศาล ฉะนั้น เมื่อมีที่ดินอยู่ในครอบครองก็ไม่ควรจะปล่อยให้รกร้างหญ้าขึ้น แม้จะมีสนามฟุตบอลแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ทีมฟุตบอลไทยไปบอลโลกได้เสียที จึงสมควรนำมา “พัฒนา” สร้างให้เกิดการใช้สอยเพื่อเพิ่มมูลค่าตามหลักเศรษฐศาสตร์ เมื่อสภาพที่ดินถูกบีบ ไม่สามารถขยายตามแนวรายได้ ก็ต้องอาศัยทางแนวดิ่ง ไม่สูงขึ้นไปบนฟ้า ก็ต้องลึกลงไปในดิน

ณ ที่แห่งนี้เป็นสถานศึกษาชั้นสูงของสยามประเทศ ย่อมถือหลักปรัชญาสมัยใหม่ให้ “นักเรียนนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง” ที่จอดรถทั้งหมด ย่อมต้องสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของนักศึกษาเป็นหลัก การที่นักศึกษาต้องกระหืดกระหอบขึ้นห้องเรียนสาย อ้างว่า “จารย์ขา หนูวนหาที่จอดรถหลายรอบ มหาลัยเรามันก็มีที่แค่เนี่ยะ” ย่อมถือเป็นความเสียหน้าของผู้บริหารสถาบัน ที่ไม่สามารถ “ให้บริการทางการศึกษา” แค่เด็กที่จ่ายเงินค่าเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้น คาร์ปาร์คใต้ดินจึงต้องเกิดเพื่อสนองการศึกษา และสนับสนุนให้เด็กใช้เวลาที่เสียเปล่าจากการขับรถวนหาที่จอด ไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการอื่น ๆ จัดเป็นนโยบายลุ่มลึกหลายชั้น

ป้ายข้างบนปักกลางสนามฟุตบอลมาหลายเดือน คนผ่านไปมาทราบถึงโครงการนี้โดยไม่มีการคัดค้าน หากพิจารณาข้อความเน้นแจ้งให้เห็นถึงสิ่งที่ “จะได้” ที่จอดรถตั้ง 400 คัน ไม่ได้บอกเลยว่า “จะเสีย” อะไรบ้าง เพราะเป็นธรรมดาของสิ่งที่เรียกว่า “การพัฒนา” มันต้องมีทั้งได้ทั้งเสีย แบบทายเหรียญเล่นปั่นแปะ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าต้องเสียต้นไม้ยืนต้นที่อาจมีอายุราวคราวพ่อแม่ของนักศึกษาปริญญาตรีปัจจุบัน โชคดีที่ผืนดินที่ปักป้ายนี้มิใช่ธรรมศาสตร์ แต่เป็นประสานมิตร ไม่งั้นผู้บริหาร โดน…

แต่ก็อาจถูกแย้งว่า นี่หาเรื่องนี่หว่า… เห็นโทนโท่แล้วว่าเขากำลังขุุด ไม่ได้ตัด ขุดเอาไปปลูกที่อื่นต่างหาก ต้นไม้ยังอยู่ไม่ได้ถูกแปรสภาพเป็นถ่านหุงข้าวสักหน่อย ก็ไม่เถียง… แต่ไม่ว่าจะตัด-ขุด-ถอน-ทึ้ง หรืออะไรก็ตาม เจตนาจะกำจัดต้นไม้รอบสนามฟุตบอลออกไป รากอันฝังลึกชอนไชในเนื้อดิน คืออุปสรรคกีดขวางการศึกษา อย่าลืมซิว่า ต้องสร้างที่จอดรถเพื่อตอบสนองการศึกษา

ถ้าได้ยินอาจารย์มศว. คนไหนให้สัมภาษณ์ด่าวัยรุ่นยุคนี้ ว่าเป็นพวกเหลวไหล คลั่งทุนนิยม สวาปามบริโภค ตามก้นฝรั่งเจแปนโคเรีย เด็กไทยกำลัง “ไร้ราก” แล้ว ขอให้สวนกลับทันทีเลยว่า เดี่ยวนี้เทคนิควิทยาการทันสมัย รากที่จารย์เชื่อ ว่าต้องฝังลึกติดกับพื้นดินย้ายไปไหนไม่ได้ เป็นเรื่องเชยล้าสมัยเสียแล้ว ดูต้นไม้ที่ประสานมิตรซิ ย้ายรากไปปลูกต่างจังหวัดยังได้เลย โห… คิดอะไรเชยซะไม่มี

หวังว้าต้นไม้พวกนี้ ย้ายไปหาดินใหม่น้ำใหม่จะอยู่รอดเติบโตครบถ้วนทุกต้น ไม่ตายนะ

แล้วเห็นอีกบ้างไหม เขาติดประกาศไว้ว่าอย่ามาจอดใกล้ ๆ นะ เดี๋ยวรถจะเสียหาย แต่รอบสนามฟุตบอลก็ยังมีรถจอดเรียงเป็นระเบียบสวยงาม แสดงว่า “ความต้องที่จอดรถ” มีมากกว่า “ความต้องการให้รถปลอดภัย” แล้วจะไม่ให้พัฒนาได้อย่างไร เมื่อดีมานด์เสนอ ซัพพลายต้องสนอง

ปรากฎการณ์ที่เกิดภายในรั้วประสานมิตรซึ่งเป็นพื้นที่เล็กจ้อยเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ ช่วยบอกความจริงในระดับใหญ่กว่าได้เป็นอย่างดียิ่ง จากเดิมที่คนในสถาบันต้องทนทุกข์จากระบบจราจรในมหานครที่ติดเช้าติดเย็น หากบ้านอยู่นนท์จะมาเรียนเก้าโมง สมควรจะออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้า เป็นต้น เมื่อเกิดระบบขนส่งมวลชนทันสมัยไม่ว่ารถไฟลอยฟ้าหรือใต้ดิน พาดผ่านใกล้ ๆ แต่เดินไม่กี่ก้าวก็เข้าประตูขึ้นห้องเรียนแล้ว ย่อมเป็นทีอิจฉาแก่เด็กนักเรียนที่อื่นอย่างมาก (อ้างจากเว็บเด็กดี ที่เขาบรรยายการเดินทางมาที่ประสานมิตรว่า ”การเดินทางสะดวกมาก มีทั้งรถไฟฟ้า  ใต้ดินและบีทีเอสขนาบทั้งข้างหน้าและด้านข้างของมศว”- เชิญคลิ๊ก)

แต่การลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างระบบขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะเส้นสีฟ้า สีม่วง สีแสด เส้นทอง ฯลฯ จะอีกสักกี่สาย ก็หาได้ทำให้บริษัทโตโยต้า ฮอนด้า มิตซู นอนก่ายหน้าผาก วิตกว่ายอดจำหน่ายตัวเองจะลดลง การสร้างรถขนส่งมวลชนจึงเป็นการแก้ปัญหาในระดับปัจเจกบุคคลเท่านั้น ช่วยเยียวยาหัวจิดหัวใจของบางคน ที่แต่เดิม “เมื่อไหร่จะถึงเสียที” “ติดอยู่นั่นแหละ” “เดี๋ยวไปสอบไม่ทัน” เท่านั้น มิได้มุ่งแก้ระบบการจราจรของมหานครแต่ประการใด

ความกระหายต้องการที่จอดรถของประสานมิตร บังเกิดขึ้นภายหลังรถไฟลอยฟ้าและใต้ดินทั้งสองสายเปิดใช้บริการ ย่อมแสดงว่า ไอ้รถทั้งสองขบวนมิได้ช่วยเยียวยาความแออัดคับคั่งของระบบจราจรในประสานมิตรเลย และเมื่อลานจอดรถ 800 คัน สำเร็จแล้ว สักพักก็เกิดปัญหาต่อเนื่องตามมาอีกว่า “ที่จอดรถไม่พอ”

ต้นไม้พวกนี้ก็โดนตัดไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปหาตัดตรงไหนได้อีก อ้อ… ลานระหว่างหอประชุมกับโรงเรียนสาธิตฯ นั่นไง… โปรดจับตา :)

ไม่รู้ว่าต้นไม้เหล่านี้ จะได้รับเกียรติสร้างอนุสาวรีย์เพื่อให้ระลึกถึงคุณูปการ เช่น ม.ล.ปิ่น และ ดร.สาโรช หรือเปล่าหนอ

tags: ลานจอดรถใต้ดิน | มศว ประสานมิตร | ต้นไม้ | สนามฟุตบอล




 

กรกฎาคม 2009
พฤ อา
« ต.ค.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

Blog Stats

  • 5,591 hits