กรุสำหรับ สิงหาคม, 2007

28
ส.ค.
07

โล่ง โปร่ง ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

อัพเดทสถานการณ์โค่นต้นไม้รอบสนามฟุตบอล ประสานมิตร อย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้ไม่ขอกล่าวมากมาย ขอเน้นภาพถ่ายจากมุมสูงและกว้าง บอกลามิตรเก่าแก่ที่ยืนคู่แผ่นดินแห่งนี้

“ฉันมีเวลาที่ยังเหลือสักเท่าไหร่
บอกได้ไหม ให้ฉันเตรียมใจ
ฉันมีใจเธอ ที่ยังเหลือสักเท่าไหร่
จะเตรียมหัวใจ เมื่อไม่มีเธอ

ฉันมีใจเธอ ที่ยังเหลือสักเท่าไหร่
จะเตรียมหัวใจ เมื่อไม่มีเธอ”

ถ้าต้นไม้ร้องเพลงได้คงร้องเพลงนี้ ว่าแต่จะเรียกว่า ร้องเพลง… หรือร้องไห้…

เป็นทัศนียภาพที่โปร่งและเบาสบายสายตา ต้นไม้เติบโตโดยอิสระ “ฟรีฟอร์ม” แตกแขนงไร้มาตร ขณะที่ตึกแวดล้อมสร้างโดยอิง “เรขาคณิต” เป็นเหลี่ยมคมประชิดมุมต่อฉาก การจำกัดสิ่งที่ไร้ระเบียบ ไร้การควบคุม ย่อมนำมาซึ่งระเบียบ มิต่างจากการจับนักศึกษาใส่เครื่องแบบ ถ้าไม่ย่อมก็จะ “ไม่ให้บริการ”

ความเป็นระเบียบเรียบร้อยอาจเป็นอุดมการณ์ของ “สถานบริการทางการศึกษา”​ กระมัง

27
ส.ค.
07

แฟ้มภาพ: บอกลาต้นไม้

27
ส.ค.
07

พลีชีพเพื่อการศึกษา

ขณะนี้ ในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ก้นซอยสุขุมวิท 23 กำลังมีโปรเจ็กค์ช้าง ก่อสร้างลานจอดรถยนต์ใต้ดินใต้สนามฟุตบอลเขียวขจี เริ่มงานแรกด้วยการกำจัดไม้ยืนต้นรายรอบสี่ด้านของสนาม ตัดมันทิ้งจนเตียนเหี้ยน แล้วเปิดหน้าดินของสนามหญ้าเพื่อตั้งไซต์งาน

ไม่รู้เหมือนกันว่าต้นไม้ทั้งหมดมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ จะเกิดขึ้นพร้อมกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่เชื่อว่าน่าจะมีอายุพอ ๆ กับสนามฟุตบอลที่พวกมันยืนโอบล้อม หากพฤติการณ์เช่นนี้ ย้ายไปเกิดที่อื่น เช่น ธรรมศาสตร์ เรื่องคงจะใหญ่โตเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ระดับมติชนทีเดียว แต่นี่คือประสานมิตร มีวัฒนธรรมและจิตสำนึกของประชาคมที่แตกต่าง

ประสานมิตรเป็นวิทยาเขตที่ในทำเลทอง ตีราคาเป็นเม็ดเงินมหาศาล ฉะนั้น เมื่อมีที่ดินอยู่ในครอบครองก็ไม่ควรจะปล่อยให้รกร้างหญ้าขึ้น แม้จะมีสนามฟุตบอลแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ทีมฟุตบอลไทยไปบอลโลกได้เสียที จึงสมควรนำมา “พัฒนา” สร้างให้เกิดการใช้สอยเพื่อเพิ่มมูลค่าตามหลักเศรษฐศาสตร์ เมื่อสภาพที่ดินถูกบีบ ไม่สามารถขยายตามแนวรายได้ ก็ต้องอาศัยทางแนวดิ่ง ไม่สูงขึ้นไปบนฟ้า ก็ต้องลึกลงไปในดิน

ณ ที่แห่งนี้เป็นสถานศึกษาชั้นสูงของสยามประเทศ ย่อมถือหลักปรัชญาสมัยใหม่ให้ “นักเรียนนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง” ที่จอดรถทั้งหมด ย่อมต้องสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ของนักศึกษาเป็นหลัก การที่นักศึกษาต้องกระหืดกระหอบขึ้นห้องเรียนสาย อ้างว่า “จารย์ขา หนูวนหาที่จอดรถหลายรอบ มหาลัยเรามันก็มีที่แค่เนี่ยะ” ย่อมถือเป็นความเสียหน้าของผู้บริหารสถาบัน ที่ไม่สามารถ “ให้บริการทางการศึกษา” แค่เด็กที่จ่ายเงินค่าเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้น คาร์ปาร์คใต้ดินจึงต้องเกิดเพื่อสนองการศึกษา และสนับสนุนให้เด็กใช้เวลาที่เสียเปล่าจากการขับรถวนหาที่จอด ไปใช้ประโยชน์ทางวิชาการอื่น ๆ จัดเป็นนโยบายลุ่มลึกหลายชั้น

ป้ายข้างบนปักกลางสนามฟุตบอลมาหลายเดือน คนผ่านไปมาทราบถึงโครงการนี้โดยไม่มีการคัดค้าน หากพิจารณาข้อความเน้นแจ้งให้เห็นถึงสิ่งที่ “จะได้” ที่จอดรถตั้ง 400 คัน ไม่ได้บอกเลยว่า “จะเสีย” อะไรบ้าง เพราะเป็นธรรมดาของสิ่งที่เรียกว่า “การพัฒนา” มันต้องมีทั้งได้ทั้งเสีย แบบทายเหรียญเล่นปั่นแปะ ไม่รู้มาก่อนเลยว่าต้องเสียต้นไม้ยืนต้นที่อาจมีอายุราวคราวพ่อแม่ของนักศึกษาปริญญาตรีปัจจุบัน โชคดีที่ผืนดินที่ปักป้ายนี้มิใช่ธรรมศาสตร์ แต่เป็นประสานมิตร ไม่งั้นผู้บริหาร โดน…

แต่ก็อาจถูกแย้งว่า นี่หาเรื่องนี่หว่า… เห็นโทนโท่แล้วว่าเขากำลังขุุด ไม่ได้ตัด ขุดเอาไปปลูกที่อื่นต่างหาก ต้นไม้ยังอยู่ไม่ได้ถูกแปรสภาพเป็นถ่านหุงข้าวสักหน่อย ก็ไม่เถียง… แต่ไม่ว่าจะตัด-ขุด-ถอน-ทึ้ง หรืออะไรก็ตาม เจตนาจะกำจัดต้นไม้รอบสนามฟุตบอลออกไป รากอันฝังลึกชอนไชในเนื้อดิน คืออุปสรรคกีดขวางการศึกษา อย่าลืมซิว่า ต้องสร้างที่จอดรถเพื่อตอบสนองการศึกษา

ถ้าได้ยินอาจารย์มศว. คนไหนให้สัมภาษณ์ด่าวัยรุ่นยุคนี้ ว่าเป็นพวกเหลวไหล คลั่งทุนนิยม สวาปามบริโภค ตามก้นฝรั่งเจแปนโคเรีย เด็กไทยกำลัง “ไร้ราก” แล้ว ขอให้สวนกลับทันทีเลยว่า เดี่ยวนี้เทคนิควิทยาการทันสมัย รากที่จารย์เชื่อ ว่าต้องฝังลึกติดกับพื้นดินย้ายไปไหนไม่ได้ เป็นเรื่องเชยล้าสมัยเสียแล้ว ดูต้นไม้ที่ประสานมิตรซิ ย้ายรากไปปลูกต่างจังหวัดยังได้เลย โห… คิดอะไรเชยซะไม่มี

หวังว้าต้นไม้พวกนี้ ย้ายไปหาดินใหม่น้ำใหม่จะอยู่รอดเติบโตครบถ้วนทุกต้น ไม่ตายนะ

แล้วเห็นอีกบ้างไหม เขาติดประกาศไว้ว่าอย่ามาจอดใกล้ ๆ นะ เดี๋ยวรถจะเสียหาย แต่รอบสนามฟุตบอลก็ยังมีรถจอดเรียงเป็นระเบียบสวยงาม แสดงว่า “ความต้องที่จอดรถ” มีมากกว่า “ความต้องการให้รถปลอดภัย” แล้วจะไม่ให้พัฒนาได้อย่างไร เมื่อดีมานด์เสนอ ซัพพลายต้องสนอง

ปรากฎการณ์ที่เกิดภายในรั้วประสานมิตรซึ่งเป็นพื้นที่เล็กจ้อยเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ ช่วยบอกความจริงในระดับใหญ่กว่าได้เป็นอย่างดียิ่ง จากเดิมที่คนในสถาบันต้องทนทุกข์จากระบบจราจรในมหานครที่ติดเช้าติดเย็น หากบ้านอยู่นนท์จะมาเรียนเก้าโมง สมควรจะออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้า เป็นต้น เมื่อเกิดระบบขนส่งมวลชนทันสมัยไม่ว่ารถไฟลอยฟ้าหรือใต้ดิน พาดผ่านใกล้ ๆ แต่เดินไม่กี่ก้าวก็เข้าประตูขึ้นห้องเรียนแล้ว ย่อมเป็นทีอิจฉาแก่เด็กนักเรียนที่อื่นอย่างมาก (อ้างจากเว็บเด็กดี ที่เขาบรรยายการเดินทางมาที่ประสานมิตรว่า ”การเดินทางสะดวกมาก มีทั้งรถไฟฟ้า  ใต้ดินและบีทีเอสขนาบทั้งข้างหน้าและด้านข้างของมศว”- เชิญคลิ๊ก)

แต่การลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างระบบขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะเส้นสีฟ้า สีม่วง สีแสด เส้นทอง ฯลฯ จะอีกสักกี่สาย ก็หาได้ทำให้บริษัทโตโยต้า ฮอนด้า มิตซู นอนก่ายหน้าผาก วิตกว่ายอดจำหน่ายตัวเองจะลดลง การสร้างรถขนส่งมวลชนจึงเป็นการแก้ปัญหาในระดับปัจเจกบุคคลเท่านั้น ช่วยเยียวยาหัวจิดหัวใจของบางคน ที่แต่เดิม “เมื่อไหร่จะถึงเสียที” “ติดอยู่นั่นแหละ” “เดี๋ยวไปสอบไม่ทัน” เท่านั้น มิได้มุ่งแก้ระบบการจราจรของมหานครแต่ประการใด

ความกระหายต้องการที่จอดรถของประสานมิตร บังเกิดขึ้นภายหลังรถไฟลอยฟ้าและใต้ดินทั้งสองสายเปิดใช้บริการ ย่อมแสดงว่า ไอ้รถทั้งสองขบวนมิได้ช่วยเยียวยาความแออัดคับคั่งของระบบจราจรในประสานมิตรเลย และเมื่อลานจอดรถ 800 คัน สำเร็จแล้ว สักพักก็เกิดปัญหาต่อเนื่องตามมาอีกว่า “ที่จอดรถไม่พอ”

ต้นไม้พวกนี้ก็โดนตัดไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าจะไปหาตัดตรงไหนได้อีก อ้อ… ลานระหว่างหอประชุมกับโรงเรียนสาธิตฯ นั่นไง… โปรดจับตา :)

ไม่รู้ว่าต้นไม้เหล่านี้ จะได้รับเกียรติสร้างอนุสาวรีย์เพื่อให้ระลึกถึงคุณูปการ เช่น ม.ล.ปิ่น และ ดร.สาโรช หรือเปล่าหนอ

tags: ลานจอดรถใต้ดิน | มศว ประสานมิตร | ต้นไม้ | สนามฟุตบอล

25
ส.ค.
07

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!




 

สิงหาคม 2007
พฤ อา
    ก.ย. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

Blog Stats

  • 6,275 hits