30
ต.ค.
07

นวัตกรรมพลิกพลิ้ว

คำไม่มั่น

ไม่นานนัก ความจริงก็ทะยอยโผล่มาทีละเล็กละน้อย หลังจากได้ตั้งคำถามถึงการตัดต้นไม้รอบสนามบอล อันเป็นต้นไม้อยู่คู่ประสานมิตร มานับแต่เกิดสถานศึกษาแห่งนี้ เพื่อสนองคนขับรถส่วนบุคคล คงสร้างความไม่พอใจแก่ประชาคมประสานมิตรพอสมควร แต่นี้คือหน่วยงานราชการมีอาวุโสครอบงำเสรีภาพแห่งความคิด ใครจะทำอะไรได้เล่า

อย่างไรก็ดี ทางผู้บริหารก็ต้องสะดุ้งสะเทือน ชี้แจงแบบ “อีแอบ” แทนที่จะติดประกาศให้หราข้างสนามบอล เพื่อให้ทุกคนรู้ เป็นพันธะผูกพัน กลับไปใช้หน้ากระดาษในจดหมายข่าวประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย ซุกไว้หน้าใน ด้วยเนื้อที่น้อยนิด แถมยังไม่มีลักษณะชี้แจงอย่างเป็นทางการ ไม่มีการอ้างแหล่งข่าวว่าใครเป็นคนให้ข่าว แต่ทำในลักษณะ “ข่าวปล่อย” ว่า “ต้นไม้ทั้งหมดที่ถูกขุดจะนำไปปลูกไว้ที่ มศว องครักษ์ หลังจากนั้นเมื่อที่จอดรถใต้ดินเรียบร้อย ก็จะนำมาปลูกไว้ที่เดิม” (ยืนยันด้วยหลักฐานภาพถ่าย)

แต่แล้วกลับปรากฎแผ่นป้ายปะข้างรั้วเขียว กั้นพื้นที่ไซต์งานก่อสร้างดั่งภาพที่แสดงไว้แต่แรก (กรุณาคลิ๊กที่ภาพ เพื่อให้ขยายเต็มรูป แล้วอ่านด้วยตัวเองเถิด) อยู่ข้างใต้ป้ายใหญ่อันเดิม เขียนว่า “หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมีการปลูกต้นไม้ใหม่ ตามแบบภูมิสถาปัตยกรรม”

สรุปว่า ต้นไม้เก่าแก่พวกนี้ไปแล้วไปลับ ไม่กลับมาฝังรากที่เดิมแล้ว นั่นคือถูกโค่นทิ้งนั่นเอง… ไม่มีใครสนใจตามไปดูหรอก ว่าจะเอาไปปลูกจริง ปลูกแล้วตายหรือเป็น… สุดท้ายแล้ว ก็ไปเอาต้นไม้ที่เขาขุดล้อมขายที่จตุจักรมาปักแทน ต้นละไม่กี่พันหรอกพี่น้อง เอามาปลูกประดับสนามฟุตบอลซึ่งกำลังเกิดข้อสงสัยว่า จะเป็นสนามหญ้าเทียมอันเขียวขจี เพื่อให้ตรงตามคอนเซ็ปต์มหาวิทยาลัยสีเขียว

ที่น่าประหลาด ทำไมไม่ชี้แจงตั้งแต่แรกให้เรียบร้อยสมบูรณ์ แต่กลับกลอกกลิ้งไปมา หรือว่าทำไปคิดไป เฮ้อ… นี่ระดับมหาวิทยาลัยเชียวนะ

27
ต.ค.
07

มหาวิทยาลัยวาทกรรมสีเขียว

เอามาแปะให้อ่านเล่น มองคิดเล่นว่า “จริง” ​หรือป่าว:

‘มศว’ตั้งเป้าเป็น’Green university’โดยจะส่งเนรมิตพื้นที่สีเขียวเชิงอนุรักษ์ในมหาวิทยาลัย และการเป็นแหล่งปลอดสารพิษจากการบริโภค

นายวิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมว่า ขณะนี้ทีมผู้บริหารของ มศว ได้ประชุมและต้องการสร้างให้ มศว เป็น Green University หรือมหาวิทยาลัยสีเขียว ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ สีเขียวของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ความสวยงาม ระบบระเบียบและบรรยากาศที่น่าอยู่ภายในมหาวิทยาลัย และต้องการเห็น มศว ปลอดแอลกอฮอล์ บุหรี่ ผงชูรส สารกันบูดในอาหาร ยาชูกำลัง น้ำอัดลม หรือผักที่ใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งล้วนแล้วแต่ไร้ประโยชน์ต่อร่างกายแทบทั้งสิ้น

การดำเนินการนั้นจะใช้วิธีการรณรงค์ให้ทุกคนในมหาวิทยาลัยร่วมกันทำ อีกทั้งต้องใช้ระบบพัฒนาศักยภาพนิสิต ในกระบวนการเรียนการสอน อาจารย์ที่ปรึกษา ในส่วนของร้านค้าหรือร้านขายอาหารในมหาวิทยาลัยนั้น ในเบื้องต้นต้องใช้วิธีเชิญชวน และต้องเขียนเป็นสัญญาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ร้านค้าทุกร้านในมหาวิทยาลัยได้รู้ในนโยบาย Green University

ทั้งนี้ หวังไว้ว่า นิสิตที่มาอยู่ในบรรยากาศ Green University ที่กำลังจะดำเนินการในขณะนี้ เมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปจะมีสำนึกในแนวคิด Green University อีกทั้งถือเป็นการช่วยรณรงค์โลกร้อน โลกสีเขียว และสำนึกต่อสภาพแวดล้อมจะตามมา แนวทาง Green University ต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุก ๆ ฝ่ายในมหาวิทยาลัย และต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยน เชื่อว่าผู้นำนิสิต องค์การนิสิต ไม่ว่าจะเป็นสภานิสิต สโมสรนิสิต ชมรมต่าง ๆ สามารถช่วยผลักดันให้ มศว เป็น Green University ได้อย่างมาก

คัดลอก: มศว.ตั้งเป้าเป็น ‘มหาวิทยาลัยสีเขียว’ จากมติชนออนไลน์

เจออีกสำนวน มีรายละเอียดแตกต่างที่น่าสนใจยิิ่ง:

ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมผู้บริหารทุกคนของมศวประชุมและต้องการสร้างให้ มศว เป็น Green University หรือมหาวิทยาลัยสีเขียว ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ สีเขียวของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ความสวยงาม ระบบระเบียบและบรรยากาศที่น่าอยู่ภายในมหาวิทยาลัย และอีกประเด็นหนึ่งที่ได้ตั้งเป็นโจทย์เอาไว้ก็คือ อยากเห็น มศว ปลอดแอลกฮอล์ บุหรี่ ผงชูรส สารกันบูดในอาหาร ยาชูกำลัง น้ำอัดลม หรือผักที่ใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งล้วนแล้วแต่ไร้ประโยชน์ต่อร่างกายแทบทั้งสิ้น

ศ.ดร.วิรุณ กล่าวว่า ในการดำเนินการนั้นคงต้องใช้วิธีการรณรงค์ให้ทุกคนในมหาวิทยาลัยร่วมกันทำในเรื่องเหล่านี้ อีกทั้งต้องใช้ระบบพัฒนาศักยภาพนิสิต ในกระบวนการเรียนการสอน อาจารย์ที่ปรึกษา ในส่วนของร้านค้า หรือร้านขายอาหารในมหาวิทยาลัยนั้นในเบื้องต้นต้องใช้วิธีเชิญชวน และต้องเขียนเป็นสัญญาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อให้ร้านค้าทุกร้านในมหาวิทยาลัยได้รู้ในนโยบาย Green University

“เราอยากเห็นประชาคม มศว ทุกคน มีวิถีการดื่มน้ำเปล่าที่สะอาด หรือน้ำผลไม้ น้ำสมุนไพร แทนการดื่มน้ำอัดลม ซึ่งเชื่อว่าคงต้องใช้เวลาและต้องค่อยๆ ทำ ทั้งนี้ต้องเรียกร้านค้าทุกร้านมาพูดคุยเพื่อฟังนโยบาย Green University ด้วย เราหวังไว้ว่า นิสิตที่มาอยู่ในบรรยากาศ Green University ที่กำลังจะดำเนินการในขณะนี้ เมื่อสำเร็จการศึกษาออกไปเขาจะมีสำนึกในสิ่งเหล่านี้ การทำแนวคิด Green University ซึ่งถือเป็นการช่วยรณรงค์โลกร้อน โลกสีเขียวและมีสำนึกต่อสภาพแวดล้อมจะตามมา ซึ่งจะสำเร็จได้ก็ต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกๆ ฝ่ายในมหาวิทยาลัย ทั้งคณาจารย์และนักศึกษา และต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยน” ศ.ดร.วิรุณ กล่าว

ที่มา – ข่าวสด

คัดลอก: “มศว”ตั้งเป้าเป็น”มหาวิทยาลัยสีเขียว” จากข่าวใน U

24
ต.ค.
07

ประกาศ: อบรมเชิงปฏฺิบัติการการวิจัยเชิงคุณภาพ

สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ ขอเชิญเข้าร่วมการอบรม โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการวิจัยพฤติกรรมศาสตร์หัวข้อ “การวิจัยเชิงคุณภาพ” ระหว่าง 11 – 20 ธันวาคม 2550 (10 วัน) ***ด่วน รับ 30 ท่านเท่านั้น***

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม
-มีความรู้เกี่ยวกับการวิจัยพื้นฐานทั่วไป
-มีความสนใจในการวิจัยเชิงคุณภาพ
-มีความตั้งใจจริงและมีสุขภาพดี
-มีความรู้เกี่ยวกับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น ระบบปฏิบัติการวินโดว์ โปรแกรม MS Words เป็นต้น

ระยะเวลาการอบรม
วันที่ 11-20 ธันวาคม 2550 รวม 10 วัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

สถานที่อบรมและปฏิบัติการภาคสนาม
ห้องเรียนรวมและห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 กรุงเทพมหานคร และปฏิบัติการภาคสนาม ณ บ้านบุ่งเข้ ต.หนองแสง อ.ปากพลี จ.นครนายก

ค่าลงทะเบียนและค่าใช้จ่ายในการอบรม
-ค่าลงทะเบียนท่านละ 8,700.- บาท (รวมค่าเครื่องดื่ม อาหารว่าง และค่าเอกสาร)
-ค่าใช้จ่ายภาคสนามระหว่างวันที่ 17-20 ธันวาคม 2550 ท่านละ 2,200.- บาท (รวมค่าเดินทาง ค่าที่พักและค่าอาหารวันละ 3 มื้อ ในช่วงภาคสนาม 4 วัน)
-รวมทั้งหมด 2 รายการเป็นเงิน 10,900 บาท
-ผู้เข้าอบรมมีสิทธิ์เบิกค่าลงทะเบียน ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จากต้นสังกัดได้ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
-สำหรับข้าราชการสามารถเข้ารับการอบรมได้โดยไม่ถือเป็นวันลา เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา

วิธีรับสมัคร
θ สมัครด้วยตนเอง ณ สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์
θ สมัครทางไปรษณีย์
θ ส่งธนาณัติ สั่งจ่าย “คุณสุพรรณา หนูรักษ์” ศรีนครินทรวิโรฒ 10117
ที่อยู่ : สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.10110
หรือ
θ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาย่อยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ชื่อบัญชี “สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์” เลขที่บัญชี 167-2-03553-0 บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ พร้อมกับส่งสำเนาใบโอนเงินได้ที่ คุณสุพรรณนา หนูรักษ์ โทรสาร 02-262-0809

ระยะเวลาการรับสมัคร
สามารถสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2550 ติดต่อสอบถามและสมัครได้ที่
คุณสุพรรณา หนูรักษ์
สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โทรศัพท์/โทรสาร 02-6641000, 02-6495000 ต่อ 7611, 7612, 02-6495182, 02-2620809 e-mail : sadhon@swu.ac.th

หมายเหตุ
-ผู้เข้ารับการอบรม 2 ท่าน ต่อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง
-อาจมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางรายการโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
-หากผู้สมัครน้อยกว่า 15 คน สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนไปจัดการอบรมในครั้งต่อไปตามที่เห็นสมควร

หัวข้อในการอบรม
-มโนทัศน์การวิจัย
-ปรัชญาและหลักการพื้นฐานของการวิจัยเชิงคุณภาพ
-การออกแบบการวิจัยและการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง
-การเขียนข้อเสนอการวิจัย
-วิธีการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ
-การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยมือ
-การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
-ความน่าเชื่อถือของข้อมูลเชิงคุณภาพ
-การเขียนรายงานการวิจัย
-การฝึกปฏิบัติ
-ฝึกเขียนข้อเสนอการวิจัย
-ฝึกปฏิบัติและเก็บข้อมูลภาคสนาม ณ บ้านบุ่งเข้ ต.หนองแสง อ.ปากพลี จังหวัดนครนายก
-ฝึกวิเคราะห์ข้อมูล
-ฝึกเขียนรายงานการวิจัยและการนำเสนอผลการวิจัย

คัดลอกจาก: ประกาศอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัย

24
ต.ค.
07

ยินดีต้อนรับทุกท่าน

dsc00009.jpg dsc00008.jpg dsc00019.jpg dsc00007.jpg dsc00020.jpg dsc00006.jpg
ขอต้อนรับด้วยความยินดี ขอให้เราเป็นดั่งผู้ปลดเปลื้องความทุกข์กังวล ชาวเทา-แดงพร้อมเปิดรับทุกท่านที่ก้าวย่างมาเหยียบย่ำบนดินแดนนี้ ด้วยมิตรจิตมิตรใจ จากก้นบึ้งเบื้องลึก เชิญก้มพิสูจน์ได้ด้วยสายตา

23
ต.ค.
07

ประกาศ: เปิดอบรมภาษาอังกฤษสำหรับบุคคลทั่วไป

โดยภาควิชาภาษาตะวันตก คณะมนุษยศาสตร์ เปิดอบรมภาษาอังกฤษ สำหรับบุคคลทั่วไป สนใจติดต่อ 02-260-1770-1 ต่อ 2651, 6220, 6221, 6215, 6219 ใครว่างเชิญสมัครได้ บางหลักสูตรมีสอบวัดระดับความรู้ สำหรับรอบเรียนที่กำลังจะถึง “ธันวาคม 2550– กุมภาพันธุ์ 2551″ สอบวัดระดับ 29 พ.ย. เริ่ม 3 ธ.ค.

อำนวยการสอนโดย ผศ.ดร.ทิพา เทพอัครพงศ์
หลักสูตรที่เปิดสอน ราคา ระยะเวลา
* English Communication2,800 บ. 40 คาบ
* Grammar 1,800 บ. 20 คาบ
* Reading 1,800 บ. 20 คาบ
* Conversation 2,800 บ. 40 คาบ
* TOEIC 5,500 บ. 120 คาบ
* Writing 4,000 บ. 40 คาบ
* TOEFL 5,500 บ. 120 คาบ
* Business English 4,000 บ. 40 คาบ
* Basic Translation 4,000 บ. 40 คาบ
* Movie Script Translation 4,000 บ. 40 คาบ
(คาบละ 50 นาที)
สมัครด่วน รับจำนวนจำกัด ห้องละประมาณ 20 คน เข้าเรียนไม่ต่ำกว่า 80 % จะได้รับประกาศนียบัตร

วิธีการสมัคร
* สมัครด้วยตนเองในเวลาราชการ และสัปดาห์สุดท้ายก่อนเปิดเรียน ตั้งแต่ 9.00-18.00 น. ณ ห้อง 211, 212 และ 228 ห้อง214/1 วันเสาร์ และวันอาทิตย์ที่มิใช่วันหยุด ราชการ ตั้งแต่ 9.00 -14.00 น. ณ ห้อง 212 และ 228 ตึกคณะมนุษยศาสตร์
* สมัครทางไปรษณีย์ หรือ Fax โดยกรอกแบบฟอร์มใบสมัครพร้อมค่าลงทะเบียนเรียน มายังเบอร์ 0-2258-4118 ถึงคุณอาคม ธูปสุวรรณ หรือ 02-260-1661 ต่อ 6218 คุณอุบลรัตน์ คมจิตร

รายละเอียด: ประกาศทางการของมหาวิทยาลัย

21
ต.ค.
07

อธิการบดี มศว: ศิลปะต้องระวังการตีความ ศิลปินอย่าเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง

ภาพเขียนภิกษุสันดานกาที่กำลังโด่งดัง ขณะนี้ศาลรับฟ้องเรียบร้อยแล้ว รอผลพิพากษา เพื่อสรุปว่าศิลปินไทยจะวาดจะเขียนอะไรได้บ้าง ในฐานะอธิการบดี มศว เป็นครูสอนศิลปิน ได้ให้ความเห็นต่อสาธารณะ:

ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวถึงการสร้างสรรค์งานศิลปะโดยเฉพาะผลงานด้านทัศนศิลป์ว่า การสร้างงานที่บอกความหมายด้วยภาพสามารถตีความได้กว้างและหลากหลาย ซึ่งบางครั้งการตีความก็ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ผลงานที่เกี่ยวกับประเด็นของชาติ ศาสนา และการเมือง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง เพราะมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึกของคน บางครั้งเจตนารมณ์ของผู้ทำงานศิลปะและผู้ตีความอาจจะมองคนละเรื่องกันได้ ดังนั้นแม้อาชีพศิลปินจะไม่มีการกำหนดจรรยาบรรณทางวิชาชีพไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่สิ่งที่คนทำงานศิลปะจำเป็นต้องมีก็คือสำนึก และความรับผิดชอบต่อสังคม

ศ.ดร.วิรุณ กล่าวต่อไปว่า งานศิลปะต้องใช้หลักคิดแห่งการตีความ โดยจะสร้างความคลุมเครือ ให้คนตีความได้หลากหลาย ดังนั้นศิลปินต้องระวังให้มาก เพราะเมื่อมีการตีความได้หลากหลายก็ต้องมีทั้งแง่บวก แง่ลบ มีความคิดที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สถาบันการศึกษาจึงต้องสอนหลักคิดเหล่านี้ให้นิสิต นักศึกษาที่เรียนศิลปะด้วย

“ผมไม่อยากให้ศิลปินเอาวิธีการคิดของตัวเองเป็นตัวตั้งมากเกินไป หากใช้ความคิดของตัวเองเป็นตัวตั้งมากและใช้ภาพเป็นสื่อในการวิพากษ์วิจารณ์สังคมย่อมมีโอกาสไปกระทบคนอื่น ๆ ได้เสมอ แม้ว่าการแสดงงานศิลปะที่มีประเด็นและแสดงภาพที่ออกมาอย่างชัดเจนจะเป็นแนวทางของการแสดงงานศิลปะเพื่อชีวิตที่หวังจะนำศิลปะไปสร้างสิ่งถูกต้องดีงาม สร้างจริยธรรม ศีลธรรม แต่ก็ต้องระวังสิ่งที่แสดงออกไป นั่นก็คือไปกระทบความรู้สึกและความศรัทธา” ศ.ดร.วิรุณ กล่าว.

คัดลอกจาก พระไทยดอทเน็ต

จากความเห็นของครูอาจารย์ศิลปะระดับอธิการฯ น่าที่พระภิกษุและมวลชนฝ่ายคัดค้านควรเบิกความต่อศาล ให้ ดร.วิรุณ เป็นพยานในคดีนี้เสียเลย เพราะอีกฟากก็เป็นศิลปะจากศิลปากร ยกระดับให้วิวาทะเรื่องนี้ เป็นดีเบทวิชาการด้านศิลปะ ดีกว่าจะปล่อยเป็นแค่การชนะคะคานทางกฎหมาย

ประสานมิตร ปะทะ ศิลปากร มันหยด…

11
ต.ค.
07

หายไปไหนแล้ว

เปิดใช้งานแล้ว สำหรับบูธเก็บตั๋วค่าเข้ามหาวิทยาลัย… มิใช่ซิ เป็นอาคารของแผนกพีอาร์ตะหาก น่าอิจฉาเสียจริง มีตึกทำงานเป็นของตัวเอง แต่ไม่เป็นส่วนตัว :) ก็กรุกระจกใส่พราวรอบด้าน น่าสนใจว่าในประสานมิตรชมชอบการกรุกระจกเป็นชีวิตจิตใจ (ไว้วันหลังจะมาขยายความเพิ่ม) 

ที่ต้องกลับมาเสนอประเด็นบูธนี้อีกครั้ง เพราะสืบเนื่องจากครั้งก่อนได้ยกเรื่องการปลูกสร้างอาคารใต้สายไฟสามเส้น ไม่ว่ามันจะแรงสูงหรือแรงต่ำก็ตามที แต่มาวันนี้ เหลือบสายตาขึ้นมองสายไฟบนหลังคาทรงโค้งสไตล์สถานีรถไฟใต้ดินหรือยัง… สังเกตเห็นอะไรบ้างไหน… ไม่ต้องเป็นเซียนเกมส์จับผิดภาพตามตู้เกมส์หยอดเหรียญก็น่าจะสะดุดตา ว่าเกิดอะไรขึ้น

อ่านต่อ ‘หายไปไหนแล้ว’




พฤศจิกายน 2014
พฤ อา
« ต.ค.    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

Blog Stats

  • 10,206 hits

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.